วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

บรรณนุกรม

บรรณานุกรม

http://kanomthail.wikispaces.com    วันที่ 19  มิ.ย  2556

https://sites.google.com/site/kahnomwhann/about-me/gallery/prawati-khwam-pen-ma-khxng-khnm-thiy 

วันที่  19 มิ.ย  2556


http://th.wikipedia.org/wik      วันที่  19  มิ.ย  2556

ภาคผนวก

ขนมไข่ปลา

ขนมลูกชุบ

ขนมจี่


เกร็ดความรู้คู่ขนมไทย

เกร็ดความรู้คู่ขนมไทย
1.      ขนมน้ำกะทิ

      การทำน้ำกะทิสำหรับใส่ขนมทำได้ 2 อย่าง คือ ใช้น้ำตาลทรายกับน้ำตาลปึกการทำน้ำกะทิโดยใช้น้ำตาลทรายจะต้องเชื่อมน้ำตาลและกรองเสียก่อนและควรใช้มะพร้าวขูดที่ปอกผิวแล้วเพราะจะทำให้ได้น้ำกะทิขาวน่ารับประทานน้ำที่ใช้คั้นกะทิก็ควรเป็นน้ำแช่ดอกไม้แต่ต้องแน่ใจก่อนว่าดอกไม้ที่นำมาแช่นั้นปลอดภัยจากสารฆ่าแมลงเพื่อให้น้ำกะทิหอม
      ส่วนการทำน้ำกะทิโดยใช้น้ำตาลปึกหรือน้ำตาลปีบ ไม่ต้องเชื่อมน้ำตาลก่อนเพราะว่าน้ำตาลปึกละลายง่ายอยู่แล้ว ใช้น้ำตาลผสมกับน้ำกะทิได้เลยแล้วจึงกรองเศษผงออกทีหลัง (โดยใช้ผ้าขาวบาง)
      การผสมน้ำกะทิอย่าให้หวานหรือมันมากเกินไปเพราะจะทำให้ไม่อร่อยในส่วนของรสหวานนั้นควรเผื่อน้ำแข็งละลายด้วย น้ำกะทิไม่ควรแช่เย็น (ตู้เย็น)ความเย็นจะทำให้กะทิเป็นไข ถ้าต้องการรับประทานเย็นๆให้ใส่น้ำแข็งทุบจะดี 
ขนมรวมมิตรน้ำกะทิ

ขนมครองแครงน้ำกะทิ

2.    ขนมน้ำเชื่อม
            ขนมน้ำเชื่อมส่วนใหญ่จะเป็นพวกผลไม้ผลไม้ลอยแก้วต่างๆ ซึ่งจะใช้ผลไม้ 1 ส่วนต่อน้ำเชื่อม 2 ส่วนจะรับประทานร้อนๆ แช่เย็นหรือใส่น้ำแข็งทุบก็แล้วแต่ชนิดของผลไม้ รสของผลไม้ เช่นถ้าผลไม้มีรสเปรี้ยวรับประทานร้อนๆ ก็ไม่อร่อย
            การทำน้ำเชื่อมใช้น้ำตาลทราย 1 ถ้วย ต่อน้ำ 1 1/2 ถ้วย ตั้งไฟเคี่ยวให้น้ำตาลทรายละลายหมด แล้วยกลงกรองด้วยผ้าขาวบางหรือกระชอนตาถี่ๆ พักไว้ พอน้ำเชื่อมเย็นจึงเก็บใส่ขวดแก้วที่มีฝาปิดสนิท ใช้ผสมกับขนมน้ำเชื่อมจะทำให้รสอร่อยกว่าใช้น้ำตาลที่ไม่ได้เชื่อม

ขนมลูกตาลเชื่อม

ขนมกล้วยไข่เชื่อม




ขนมไทยภาคเหนือ

ขนมไทยภาคเหนือ

             ส่วนใหญ่จะทำจากข้าวเหนียว และส่วนใหญ่จะใช้วิธีการต้ม เช่น ขนมเทียน ขนมวง ข้าวต้มหัวหงอก มักทำกันในเทศกาลสำคัญ เช่นเข้าพรรษา สงกรานต์ขนมที่นิยมทำในงานบุญเกือบทุกเทศกาลคือขนมใส่ไส้หรือขนมจ๊อก ขนมที่หาซื้อได้ทั่วไปคือ ขนมปาดซึ่งคล้ายขนมศิลาอ่อน ข้าวอีตูหรือข้าวเหนียวแดง ข้าวแตนหรือข้าวแต๋น ขนมเกลือ ขนมที่มีรับประทานเฉพาะฤดูหนาว ได้แก่ ข้าวหนุกงา ซึ่งเป็นงาคั่วตำกับข้าวเหนียว ถ้าใส่น้ำอ้อยด้วยเรียกงาตำอ้อย ข้าวแคบหรือข้าวเกรียบว่าวลูกก่อถั่วแปะยีถั่วแระ ลูกลานต้มในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขนมพื้นบ้านได้แก่ขนมอาละหว่าซึ่งคล้ายขนมหม้อแกง ซึ่งคล้ายขนมอาละหว่าแต่มีการหมักแป้งให้ฟูก่อนขนมส่วยทะมินทำจากข้าวเหนียวนึ่ง น้ำตาลอ้อยและกะทิ ในช่วงที่มีน้ำตาลอ้อยมากจะนิยมทำขนมอีก 2 ชนิดคืองาโบ๋ ทำจากน้ำตาลอ้อยเคี่ยวให้เหนียวคล้ายตังเมแล้วคลุกงา ทำจากน้ำตาลอ้อยถั่วแปยีมีลักษณะคล้ายถั่วตัด
ขนมเกรียบว่าว



ขนมอาละหว่าว

ขนมไทยภาคอีสาน

ขนมไทยภาคอีสาน
                เป็นขนมที่ทำกันง่ายๆ ไม่พิถีพิถันมากเหมือนขนมภาคอื่น ขนมพื้นบ้านอีสานได้แก่ ข้าวจี่ บายมะขามหรือมะขามบ่ายข้าว ข้าวโป่ง นอกจากนั้นมักเป็นขนมในงานบุญพิธี ที่เรียกว่า ข้าวประดับดิน โดยชาวบ้านนำข้าวที่ห่อใบตอง มัดด้วยตอกแบบข้าวต้มมัด กระยาสารท ข้าวทิพย์ ข้าวยาคู ขนมพื้นบ้านของจังหวัดเลยมักเป็นขนมง่ายๆ เช่น ข้าวเหนียวนึ่งจิ้มน้ำผึ้ง ข้าวบ่ายเกลือ คือข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนจิ้มเกลือให้พอมีรสเค็ม ถ้ามีมะขามจะเอามาใส่เป็นไส้เรียกมะขามบ่ายข้าว น้ำอ้อยกะทิ ทำด้วยน้ำอ้อยที่เคี่ยวจนเหนียว ใส่ถั่วลิสงคั่วและมะพร้าวซอย ข้าวพองทำมาจากข้าวตากคั่วใส่มะพร้าวหั่นเป็นชิ้นๆ และถั่วลิสงคั่ว กวนกับน้ำอ้อยจนเหนียวเทใส่ถาด ในงานบุญต่างๆจะนิยมทำขนมปาด (คล้ายขนมเปียกปูนของภาคกลาง) ลอดช่อง และขนมหมก (แป้งข้าวเหนียวโม่ ปั้นเป็นก้อนกลมใส่ไส้กระฉีก ห่อเป็นสามเหลี่ยมคล้ายขนมเทียน นำไปนึ่ง


ขนมจี่

ขนมประดับดิน


ขนมไทยภาคกลาง

ขนมไทยภาคกลาง

             ส่วนใหญ่ทำมาจากข้าวเจ้า เช่น ข้าวตัง นางเยี่ยวเล็ด ข้าวเหนียวมูน และมีขนมที่หลุดลอดมาจากรั้ววัง จนแพร่หลายสู่สามัญชนทั่วไป เช่น ลูกชุบ หม้อข้าวหม้อแกง ฝอยทอง ทองหยิบ ขนมตาล ขนมกล้วย ขนมเผือก เป็นต้น
ขนมตัง

ขนมเหนียวมูล

ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง

ลูกชุบ

ขนมไทยภาคใต้

ขนมไทยภาคใต้
            ชาวใต้มีความเชื่อในเทศกาลวันสารท เดือนสิบ จะทำบุญด้วยขนมที่มีเฉพาะในท้องถิ่นภาคใต้เท่านั้น เช่น ขนมลา ขนมพอง ข้าวต้มห่อด้วยใบกะพ้อ ขนมบ้าหรือขนมลูกสะบ้า ขนมดีซำหรือเมซำ ขนมเจาะหูหรือเจาะรู ขนมไข่ปลา ขนมแดง เป็นต้น
ตัวอย่างของขนมพื้นบ้านภาคใต้ได้แก่ 
·       ขนม หน้าไข่ ทำจากแป้งข้าวเจ้านวดกับน้ำตาล นำไปนึ่ง หน้าขนมทำด้วย กะทิผสมไข่ น้ำตาล เกลือ ตะไคร้และหัวหอม ราดบนตัวขนม แล้วนำไปนึ่งอีกครั้ง
·       ขนมฆีมันไม้ เป็นขนมของชาวไทยมุสลิม ทำจากมันสำปะหลังนำไปต้มให้สุก โรยด้วยแป้งข้าวหมาก เก็บไว้ 1 คืน 1 วันจึงนำมารับประทาน
·       ขนมจู้จุน ทำจากแป้งข้าวเจ้านวดกับน้ำเชื่อม แล้วเอาไปทอด มีลักษณะเหนียวและอมน้ำมัน
·       ขนม คอเป็ด ทำจากแป้งข้าเจ้าผสมกับแป้งข้าวเหนียว นวดรวมกับไข่ไก่ รีดเป็นแผ่น ตัดเป็นชิ้นๆ เอาไปทอด สุกแล้วเอาไปเคล้ากับน้ำตาลโตนดที่เคี่ยวจนเหนียวข้น
·       ขนมคนที ทำจากใบคนที ผสมกับแป้งและน้ำตาล นึ่งให้สุก คลุกกับมะพร้าวขูด จิ้มกับน้ำตาลทราย
·       ขนม กอแหละ ทำจากแป้งข้าวเจ้ากวนกับกะทิและเกลือ เทใส่ถาด โรยต้นหอม ตัดเป็นชิ้นๆ โรยหน้าด้วย มะพร้าวขูดคั่ว กุ้งแห้งป่น และน้ำตาลทราย
·       ขนม ก้านบัว ทำจากข้าวเหนียวนึ่งสุก นำไปโขลกด้วยครกไม้จนเป็นแป้ง รีดให้แบน ตากแดดจนแห้ง ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทอดให้สุก ฉาบด้วยน้ำเชื่อม
·       ข้าวเหนียวเชงา เป็นข้าวเหนียวนึ่งสุก ตำผสมกับงาและน้ำตาลทราย
·       ข้าวเหนียวเสือเกลือก คล้ายข้าวโพดคลุกของภาคกลางแต่เปลี่ยนข้าวโพดเป็นข้าวเหนียวนึ่งสุกและใส่กะทิด้วย
·       ขี้ หมาพองเช มีลักษณะเป็นก้อนๆ ทำจากข้าวเหนียวคั่วสุกจนเป็นสีน้ำตาล ตำให้ละเอียดเคล้ากับมะพร้าวขูด น้ำตาลโตนดที่เคี่ยวจนข้น เคล้ให้เข้ากันดี แล้วปั้นเป็นก้อน
·       ขนมดาดา เป็นขนมของชาวไทยมุสลิม ใช้ในโอกาสเดียวกับฆานม ประกอบด้วยข้าวเจ้า ข้าวเหนียวผสมน้ำบดให้ละเอียด นำไปละเลงในกระทะที่มีน้ำมันร้อนๆ พับให้เป็นแผ่น กินกับน้ำตาลเหลว
·       ขนม กรุบ นิยมทำกันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้แป้งข้าวเหนียวนวดกับน้ำอุ่น นำไปรีดให้แผ่บางบนใบตอง นำไปนึ่งแล้วตากแดดให้แห้ง แล้วทอดให้กรอบคลุกกับน้ำตาลที่เคี่ยวเป็นยางมะตูม
·       ขนมก้องถึ่ง ทำจากถั่วลิสงคั่ว คลุกกับน้ำตาลร้อนๆ แล้วใช้ไม้ทุบให้ละเอียดจนเป็นแผ่น ตัดเป็นชิ้น


ขนมลา

ขนมไข่ปลา

ขนมเจาะหู


ขนมพอง